บทที่ 1 หนีสวาทลุงเขย มาเจอพ่อผัวรัวไม่ยั้ง 1 ช้องนาง สาวน้อยบ้านนา

คำโปรย :

“ว้าย ตายแล้ว คุณลุงเข้ามาได้ยังไงคะเนี่ย กรี๊ด”

ช้องนางปล่อยมือออกจากผลแตงร้านและฝักบัวอาบน้ำที่ถูกหล่อนใช้เป็นเครื่องมือบำบัดสวาท แล้วรีบยกสองมือเรียวยาวขึ้นปกปิดเต้านม และเนินเต่าของตัวเอง

แต่มือเล็กแค่นั้นหรือจะสามารถปกปิดของลับที่อวบใหญ่ขนาดแม่พันธุ์ชั้นเลิศได้มิดชิด

แนะนำตัวละคร – หนีสวาทลุงเขย มาเจอพ่อผัวรัวไม่ยั้ง

ช้องนาง สาวน้อยวัยสิบแปด เธอเป็นเด็กยากจนแต่เรียนดี เมื่อคุณป้าชดช้อย ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ของหล่อน ได้แต่งงานกับคุณลุงสง่า สามีที่มีฐานะร่ำรวย วัย 58 ปี จนหล่อนได้เป็นถึงคุณหญิง

คุณหญิงชดช้อยเห็นชีวิตของช้องนางที่สุดแสนจะยากลำบากก็นึกสงสาร จึงชวนหญิงสาวมาพักอาศัยอยู่ที่ กทม. ที่บ้านของหล่อนและสามี

“เข้ามากราบลุงสง่าเขาซะสิช้องนาง”

คุณป้าชดช้อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกคู่กับสามีของเธอ เอ่ยปากบอกให้หลานสาวเพียงคนเดียวเข้ามาทำความเคารพคุณสง่า ผู้ปกครองในอนาคตอีกคนหนึ่งของสาวน้อย

ช้องนางคลานเข่าอย่างเชื่องช้าด้วยกิริยามารยาทงดงาม เพื่อเข้าไปกราบแทบเท้าคุณลุงเขยผู้มีพระคุณ ทำให้หล่อนได้มีโอกาสได้ร่ำเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ลุงเขยก้มลงลอบมองทรวงอกขาวผ่องกลมกลึงที่โผล่ออกมาให้เห็นรำไร ขณะที่หญิงสาวค่อย ๆ คลานเข่าเข้ามาหาเขาที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้รับแขก

‘คลานเข้ามาช้า ๆ สิอีหนู ไม่ต้องรีบ ขอลุงดูนมต่ออีกซักหน่อย โห… นมใหญ่เท่าลูกมะพร้าวเลยหรือเนี่ย’

พอหญิงสาวก้มลงกราบแทบเท้า ลุงสง่ากล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงเอ็นดู แต่ใจจริงคืออยากให้หล่อนมาดูเอ็นมากกว่า

“ไหว้พระเถอะหลาน อยู่ที่นี่ก็ตั้งใจเรียนหนังสือหนังหาเข้านะ ลุงจะช่วยส่งเสียให้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินทองหรอกนะ”

คุณป้าชดช้อยของช้องนางนั้นเจ็บออด ๆ แอด ๆ มานานแล้ว จากอาการป่วยด้วยโรคเรื้อรังของคนแก่มานานหลายปี

คุณหมอที่รักษาบอกว่าในเมื่อป้าชดช้อยไม่อยากผ่าตัด ก็ต้องรักษาด้วยยาเพื่อช่วยพยุงอาการไปเรื่อย ๆ

หลังจากที่คุณป้าชดช้อยรู้ตัวว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นาน ก็นึกถึงหลานสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว

ตอนที่ 1

หนีสวาทลุงเขย มาเจอพ่อผัวรัวไม่ยั้ง - ช้องนางสาวน้อยบ้านนา

“มาเรียนต่อซะที่นี่ มาชุบชีวิตใหม่ซะ แล้วป้าจะช่วยหาผู้ชายรวย ๆ มีชาติตระกูลให้มาแต่งงานกับแกเอง ดีไหม จะได้ไม่ต้องลำบากยันแก่เหมือนกับ นางอัญชัน แม่ของแกไงล่ะ”

หล่อนรู้ตัวดีว่า ป้าช้อยพูดด้วยความหวังดี แม้ท้ายประโยคนั้นจะทำให้หล่อนเศร้าลงบ้างก็ตาม

“จ้ะป้า นางจะเชื่อฟังป้าช้อยทุกอย่างจ้ะ”

“ต่อไปนี้เรียกฉันว่า คุณป้าชดช้อย หรือไม่ก็เรียกว่า คุณหญิงป้า ห้ามเรียกฉันว่าป้าช้อยอีกต่อไปเข้าใจไหม เพราะที่นี่คือกรุงเทพ ไม่ใช่บ้านนอกที่แกเคยอยู่แล้วนะนังช้องนาง”

คุณหญิงชดช้อยสั่งสอนหลานสาวด้วยเสียงสูงเหมือนไม่พอใจในสรรพนามที่ช้องนางใช้เรียกหล่อน ทั้งที่ตัวป้าชดช้อยเองก็มีชาติกำเนิดเป็นคนต่างจังหวัดไม่ได้แตกต่างจากช้องนางเลยสักนิดด้วยซ้ำ

เพียงแต่ชดช้อยนั้นวาสนาดีได้สามีเป็นเศรษฐีเจ้าของที่ดินหลายร้อยไร่ จึงได้มานั่งชูคอในเรือนหลังใหญ่แบบนี้

“ได้ค่ะ คุณหญิงป้า”

ช้องนางก้มหน้างุด ตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างคนเจียมเนื้อเจียมตัว

“ดีมาก อยู่ที่นี่แกก็ตั้งใจเรียนให้จบเร็ว ๆ แล้วก็แบ่งเวลาไปช่วยงานป้าพุ่มเขาบ้าง แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี”

ป้าช้อยพูดจบก็ไอเสียงดังติด ๆ กันหลายครั้ง ภายในคอเหมือนมีเสมหะก้อนใหญ่ติดขัดอยู่ ทำให้ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้าออกจะมีเสียงดังฟืดฟาดออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน บ่งบอกถึงอาการของคนที่กำลังป่วยหนัก

“แม่พุ่ม มาพาฉันเข้าไปพักในห้องหน่อย เริ่มจะไอหนักจนเจ็บหน้าอกอีกแล้ว “

คุณหญิงชดช้อยเรียกให้สาวใช้คนสนิทซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ ให้มาช่วยพยุงร่างของเธอเข้าไปพักผ่อนในห้องนอนส่วนตัว จากนั้นก็หันมาบอกกับสามีที่หล่อนแสนเคารพรักว่า

“ฉันขอตัวขึ้นไปพักก่อนบนห้องก่อนนะคะคุณสง่า ฝากให้ใครช่วยพายัยช้องนางไปดูห้องนอนส่วนตัวที่ฉันให้แม่พุ่มจัดเตรียมไว้ให้ด้วยนะคะ”

“ได้จ้ะ คุณหญิงรีบไปกินยาแล้วนอนพักก่อนเถิด ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวทางนี้ฉันจะให้คนพาหลานไปดูห้องเอง”

ลุงสง่าตอบรับคำสั่งภรรยาด้วยความเต็มอกเต็มใจ

เมื่อป้าแม่บ้านพยุงคุณหญิงชดช้อยขึ้นไปพักบนห้องนอนชั้นสองแล้ว ลุงเขยจึงสบโอกาสได้อยู่กับหลานสาวคนสวยของภรรยาตามลำพังแบบสองต่อสอง

พาหลานสาวเมียไปดูห้องนอน

ลุงสง่าก็หันมาพยุงสาวน้อยให้ลุกขึ้นมาจากพื้นบ้านหินอ่อน

“ลุกขึ้นมาได้แล้วหนูช้องนาง เราคนกันเองทั้งนั้น หนูก็เหมือนลูกเหมือนหลานของลุงคนหนึ่ง ลุงไม่ใช่พวกเจ้ายศเจ้าอย่าง ถึงกับต้องลงไปนั่งกับพื้นบ้านหรอกนะ”

ชายแก่ใช้สองมือโอบประคองไหล่บางให้ลุกขึ้นมานั่งเคียงกันบนโซฟารับแขกถักทอลวดลายไทยวิจิตรราคาแพงลิบลิ่ว

“ขอบคุณค่ะคุณลุง”

หล่อนกล่าวอย่างนอบน้อมเพื่อถูกลุงเขยประคองร่างบางขึ้นมาจากพื้น

แต่ช้องนางก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เมื่อลุงสง่าดึงร่างของเธอเข้าไปกอดไว้แนบอกแกร่ง

“ต่อไปนี้ คิดเสียว่าลุงเป็นพ่อก็ได้นะ แล้วบ้านนี้ก็คิดซะว่าเป็นบ้านของหนูเอง”

ลุงเขยพูดพลาง ลูบไล้มือไปทั่วแผ่นหลังของหญิงสาวพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก จนหน้าอกอวบใหญ่ของช้องนางถูกดันให้แนบเข้ากับหน้าอกของลุงเขย

“ช้องนางไม่กล้าคิดขนาดนั้นหรอกค่ะคุณลุง ช้องนางรู้ตัวดีว่ายังไงก็เป็นแค่คนมาขออาศัยค่ะ”

ช้องนางกล่าวขึ้นอย่างเจียมตัว พร้อมกับพยายามจะดันตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมกอดของชายแก่ตรงหน้า

บทถัดไป